หน้าแรก
    งานตัวอย่าง
    งานของเรา
    อัตราค่าบริการ
    ติดต่อเรา
webbord
 
งานตัดต่อ

งานตัดต่อ วีดีโอพรีเซ็นเตชั่น

ตัดต่อลำดับภาพ

ลำดับภาพ
-คัดเลือก shot
-วาง shot ให้เหมาะสม
-กำหนดความยาวของแต่ละ shot
การลำดับเรื่องแบบต่อเนื่อง: Continuity cutting
-Match-cuts
-Cut away
การลำดับเรื่องแบบรวบรวม: Compilation cutting

หลักการตัดต่อ
- ความต่อเนื่องทางเทคนิค
- ความต่อเนื่องของเรื่องราว
- ความสวยงาม
- ตำแหน่งของการตัดต่อ
- การตัดต่อเมื่อสิ้นสุดการแสดง
- การตัดต่อระหว่างการแสดง
- การตัดต่อภาพที่มีการเคลื่อนกล้องขณะบันทึกภาพ

------------------------------------

งานตัดต่อ
เทคนิคต่างๆมากมายที่จะนำคำต่างๆ มาร้อยเรียงเป็นประโยค เพื่อเล่าเรื่องหลายหลาก ให้เกิดเป็นวีดีทัศน์ 1 เรื่อง....
การตัดต่อ
เป็นการเชื่อมระหว่างช็อต 2 ช็อต โดยใช้ 1 ใน 3 รูปแบบ ดังนี้
  • 1. การตัดชนภาพ The Cut
    คือ การตัดภาพชนกันจากช็อตหนึ่งต่อตรงเข้ากับอีกช็อตหนึ่ง วิธีนี้คนดูจะไม่ทันสังเกตเห็น
  • 2. การผสมภาพ The Mix หรือ The Dissolve
    เป็นการค่อย ๆ เปลี่ยนภาพจากช็อตหนึ่งไปยังอีกช็อตหนึ่ง โดยภาพจะเหลื่อมกัน และคนดูสามารถมองเห็นได้
  • 3. การเลือนภาพ The Fade
    เป็นการเชื่อมภาพที่คนดูสามารถเห็นได้ มี 2 แบบ คือ
    1. การเลือนภาพเข้า fade in คือ การเริ่มภาพจากดำแล้วค่อย ๆ ปรากฏภาพซ้อนสว่างขึ้น มักใช้สำหรับการเปิดเรื่อง
    2. การเลือนภาพออก fade out คือ การที่ภาพในท้ายช็อตค่อย ๆ มืดดำสนิท มักใช้สำหรับการปิดเรื่องตอนจบ
ในการตัดต่อ ควรคำนึงถึงความรู้เบื้องต้น 6 ประการดังนี้
  • 1. แรงจูงใจ Motivation
    ในการตัดต่อ ไม่ว่าจะการ cut, mix หรือ fade ควรมีเหตุผลที่ดีหรือมีแรงจูงใจเสมอ ซึ่งแรงจูงใจนี้อาจเป็นภาพ เสียง หรือทั้งสองอย่างผสมกันก็ได้ ในส่วนของภาพอาจเป็นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้นักแสดงจะแสดงเพียงเล็กน้อย เช่น การขยับร่างกายหรือขยับส่วนของหน้าตา สำหรับเสียงอาจเป็นเสียงใดเสียงหนึ่ง เช่น เสียงเคาะประตู หรือเสียงโทรศัพท์ดัง หรืออาจเป็นเสียงที่ไม่ปรากฏภาพในฉาก (off scene)
  • 2. ข้อมูล Information
    ข้อมูลในที่นี้คือข้อมูลที่เป็นภาพ ช็อตใหม่ หมายถึงข้อมูลใหม่ คือถ้าไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ในช็อตนั้น ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องนำมาตัดต่อ ไม่ว่าภาพจะมีความงดงามเพียงไร ก็ควรที่จะเป็นข้อมูลภาพที่แตกต่างจากช็อตที่แล้ว ยิ่งมีข้อมูลภาพที่คนดูเห็นและเข้าใจมากขึ้น ผู้ชมก็ยิ่งได้รับข้อมูลและมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น
  • 3. องค์ประกอบภาพในช็อต Shot Composition
    ผู้ตัดไม่สามารถกำหนดองค์ประกอบภาพในช็อตได้ แต่งานของผู้ตัดคือควรให้มีองค์ประกอบภาพในช็อตที่สมเหตุสมผลและเป็นที่ยอมรับปรากฏอยู่ องค์ประกอบภาพในช็อตที่ไม่ดีมาจากการถ่ายทำที่แย่ ซึ่งทำให้การตัดต่อทำได้ลำบากมากขึ้น
  • 4. เสียง Sound
    เสียงคือส่วนสำคัญในการตัดต่ออีกประการหนึ่ง เสียงรวดเร็วและลึกล้ำกว่าภาพ เสียงสามารถใส่มาก่อนภาพหรือมาทีหลังภาพเพื่อสร้างบรรยากาศ สร้างความกดดันอันรุนแรง และอีกหลากหลายอารมณ์ เสียงเป็นการเตรียมให้ผู้ชมเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนฉาก สถานที่ หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์
    ความคลาดเคลื่อนของเสียงที่เหมาะสมเป็นการลดคุณค่าของการตัดต่อ เช่น LS ของสำนักงาน ได้ยินเสียงจากพวกเครื่องพิมพ์ดีด ตัดไปที่ช็อตภาพใกล้ของพนักงานพิมพ์ดีด เสียงไม่เหมือนกับที่เพิ่งได้ยินในช็อตปูพื้น คือ เครื่องอื่น ๆ หยุดพิมพ์ทันทีเมื่อตัดมาเป็นช็อตใกล้
    ความสนใจของผู้ชมสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยเสียงที่มาล่วงหน้า (lapping) ตัวอย่างเช่น การตัดเสียง 4 เฟรมล่วงหน้าก่อนภาพ เมื่อตัดจากภาพในอาคารมายังภาพฉากนอกอาคาร
  • 5. มุมกล้อง Camera Angle
    เมื่อผู้กำกับถ่ายทำฉาก จะทำโดยเริ่มจากตำแหน่งต่างๆ (มุมกล้อง) และจากตำแหน่งต่างๆเหล่านี้ ผู้กำกับจะให้ถ่ายช็อตหลายๆช็อต คำว่า “มุม” ถูกใช้เพื่ออธิบายตำแหน่งของกล้องเหล่านี้ซึ่งสัมพันธ์กับวัตถุหรือบุคคล
    จากภาพล้อครึ่งซีก บุคคลอยู่ที่ดุมล้อ แต่ละซี่ล้อแทนแกนกลางของกล้อง และตำแหน่งของกล้องก็อยู่ตรงปลายของซี่ล้อ ตำแหน่งจะแตกต่างกันไป จากแกนถึงแกน โดยเรียกว่า “มุมกล้อง” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการตัดต่อ หัวใจสำคัญคือแต่ละครั้งที่ cut หรือ mix จาก shot หนึ่งไปอีกช็อตหนึ่ง กล้องควรมีมุมที่แตกต่างไปจากช็อตก่อนหน้านี้
    สำหรับคนตัด ความแตกต่างระหว่างแกน ไม่ควรมากกว่า 180 องศา และมักจะน้อยกว่า 45 องศา เมื่อถ่ายบุคคลเดียวกัน ด้วยประสบการณ์รูปแบบนี้อาจดัดแปลงได้อีกมาก
  • 6. ความต่อเนื่อง Continuity
    ทุกครั้งที่ถ่ายทำในมุมกล้องใหม่ (ในซีเควนส์เดียวกัน) นักแสดงหรือคนนำเสนอจะต้องแสดงการเคลื่อนไหวหรือทำท่าเหมือนเดิมทุกประการกับช็อตที่แล้ววิธีการนี้ ยังปรับใช้กับ take ที่แปลกออกไปด้วย
ความต่อเนื่องของเนื้อหา Continuity of content

ควรมีความต่อเนื่องของเนื้อหา
นักแสดงยกหูโทรศัพท์ด้วยมือขวาในช็อตแรก ดังนั้นก็คาดเดาได้ว่าหูโทรศัพท์ยังคงอยู่ในมือขวาในช็อตต่อมา งานของคนตัดคือ ทำให้แน่ใจว่าความต่อเนื่องยังคงมีอยู่ทุกครั้งที่ทำการตัดต่อในซีเควนส์ของช็อต
ความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหว Continuity of movement
ความต่อเนื่องยังเกี่ยวข้องกับทิศทางการเคลื่อนไหว หากนักแสดงหรือบุคคลเคลื่อนที่จากขวาไปซ้ายในช็อตแรก ช็อตต่อมาก็คาดเดาว่านักแสดงหรือบุคคลจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน เว้นแต่ในช็อตจะให้เห็นการเปลี่ยนทิศทางจริงๆ
ความต่อเนื่องของตำแหน่ง Continuity of position
ความต่อเนื่องยังคงความสำคัญในเรื่องของตำแหน่งนักแสดงหรือบุคคลในฉาก หากนักแสดงอยู่ทางขวามือของฉากในช็อตแรก ดังนั้นเขาจะต้องอยู่ขวามือในช็อตต่อมาด้วย เว้นแต่มีการเคลื่อนไหวไปมาให้เห็นในฉากถึงจะมีการเปลี่ยนไป
ความต่อเนื่องของเสียง Continuity of sound
ความต่อเนื่องของเสียงและสัดส่วนของเสียงเป็นส่วนที่สำคัญมาก ถ้าการกระทำกำลังเกิดขึ้นในที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน เสียงจะต้องต่อเนื่องจากช็อตหนึ่งไปยังช็อตต่อไป เช่น ในช็อตแรกถ้ามีเครื่องบินในท้องฟ้าแล้วได้ยินเสียง ดังนั้นในช็อตต่อมาก็ต้องได้ยินจนกว่าเครื่องบินนั้นจะเคลื่อนห่างออกไป แม้ว่าบางครั้งอาจไม่มีภาพเครื่องบินให้เห็นในช็อตที่สอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องมีเสียงต่อเนื่องในช็อตต่อไป
นอกจากนี้ ช็อตที่อยู่ในฉากเดียวกันและเวลาเดียวกัน จะมีเสียงปูพื้น (background sound) ที่เหมือนกัน เรียกว่า background ambience, atmosphere หรือเรียกย่อ ๆ ว่า atmos ซึ่งต้องมีความต่อเนื่อง
การตัด (The Cut)
การตัดเป็นวิธีการเชื่อมต่อภาพที่ธรรมดาที่สุดที่ใช้กัน เป็นการเปลี่ยนในพริบตาเดียวจากช็อตหนึ่งไปอีกช็อตหนึ่ง ถ้าหากทำอย่างถูกต้องมันจะไม่เป็นที่สังเกตเห็น ในบรรดาวิธีการเชื่อมภาพ 3 แบบ การตัดเป็นสิ่งที่ผู้ชมยอมรับว่าเป็นรูปแบบของภาพที่เป็นจริง
การตัดใช้ในกรณีที่
1. เป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง
2. ต้องการเปลี่ยนจุดสนใจ
3. มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลหรือสถานที่เกิดเหตุ
การตัดที่ดีมาจากความรู้เบื้องต้น 6 ประการ
1. แรงจูงใจ Motivaation
ยิ่งคนตัดมีทักษะมาก ก็ยิ่งง่ายที่จะสร้างแรงจูงใจสำหรับการตัด เนื่องจากมีพัฒนาการที่มากขึ้น ในการรับรู้ว่าจุดไหนการตัดต่อควรจะเกิดขึ้น
2. ข้อมูล Information
ภาพใหม่ควรมีข้อมูลใหม่เสมอ
3. องค์ประกอบภาพ Composition
แต่ละช็อตควรจะมีองค์ประกอบภาพหรือกรอบภาพของช็อตที่มีเหตุมีผล
4. เสียง Sound
ควรจะมีรูปแบบของเสียงที่ต่อเนื่องหรือพัฒนาการของเสียง
5. มุมกล้อง Camera angle
ช็อตใหม่แต่ละช็อต ควรมีมุมกล้องที่แตกต่างจากช็อตเดิม
6. ความต่อเนื่อง Continuity
การเคลื่อนไหวหรือการกระทำ ควรจะมีชัดเจนและความเหมือนกันในช็อต 2 ช็อต ที่จะตัดเข้าด้วยกัน
ข้อพิจารณาทั่วไป
เมื่อการตัดกลายเป็นสิ่งที่สังเกตได้หรือสะดุด มันเรียกว่า การตัดกระโดด (Jump Cut) การตัดแบบกระโดดมีบทบาทเป็นเหมือนการพักในการเชื่อมจากช็อตหนึ่งไปยังช็อตต่อไป
หากเป็นมือใหม่ คุณควรพยายามทำแบบตัดแบบต่อเนื่อง (clear cut) เสมอ และถือว่าตัดกระโดดเป็นการตัดที่ไม่น่าพึงพอใจ จนกว่าคุณจะรู้ว่าจะใช้มันอย่างไร
ที่ดีที่สุดแล้ว การตัดแต่ละครั้งควรจะประกอบด้วยความรู้เบื้องต้นทั้ง 6 ส่วน แต่ไม่ต้องทุกครั้งที่ตัด ข้อแนะนำคือพยายามให้มีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของการตัดต่อ
ผู้ตัดควรรู้จักความรู้เบื้องต้นนี้อย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเวลาดูฟุตเทจ ก็ควรจะตรวจสอบด้วยความรู้เบื้องต้น 6 ประการนี้เท่าที่จะทำได้ทุกครั้ง
การผสมภาพ (The Mix)
การผสมรู้จักกันในชื่อของการเลือนภาพ (The Dissolve) การเลือนทับ (The Lap Dissolve) หรือการเกยทับ (The Lap)
นี่เป็นวิธีการเชื่อมจากช็อตหนึ่งไปยังอีกช็อตหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปมากเป็นลำดับที่ 2 ทำได้โดยการนำช็อตมาเลือนทับกัน ดังนั้นตอนใกล้จบของช็อตหนึ่งจะเริ่มมีชีวิตต่อไปค่อยๆเห็นเด่นขึ้นมา เมื่อช็อตเก่าจางหายไป ช็อตใหม่ก็จะเข้มขึ้น
การผสมต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก การผสมควรใช้อย่างถูกต้อง
1. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทันเวลา
2. เมื่อต้องการให้เวลายืดออกไป
3. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่
4. เมื่อมีความสัมพันธ์ของภาพที่ชัดเจน ระหว่างภาพที่กำลังจะออกและภาพที่กำลังจะเข้า
ความรู้เบื้องต้น 6 ประการในการผสมภาพ
1. แรงจูงใจ Motivation
ควรต้องมีเหตุผลในการผสมภาพเสมอ
2. ข้อมูล Information
ภาพใหม่ควรมีข้อมูลใหม่เสมอ
3. องค์ประกอบภาพ Composition
ช็อต 2 ช็อตที่ผสมเข้าด้วยกัน ควรมีองค์ประกอบภาพที่เกยทับกันได้ง่ายและหลีกเลี่ยงภาพที่จะขัดกัน
4. เสียง Sound
เสียงของทั้ง 2 ช็อต ควรจะผสานเข้าด้วยกัน
5. มุมกล้อง Camera angle
ช็อตที่ผสมกันควรมีมุมกล้องที่ต่างกัน
6. เวลา Time
การผสมภาพ ใช้เวลาอย่างน้อย 1 วินาทีและมากสุด 3 วินาที
ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้การผสมภาพแบบเร็วมากและแบบช้ามาก หรือการผสมภาพ 4 เฟรม สามารถทำได้โดยง่ายหรือสามารถผสมภาพได้นานเท่าความยาวของช็อตเลยทีเดียว
หาก mix หรือ dissolve นานไปหรือสั้นไป (20 เฟรมหรือน้อยกว่า) ก็ไม่ดี
เพื่อให้การผสมภาพได้ผลควรใช้เวลาอย่างน้อย 1 วินาที หากการผสมภาพยืดออกไป จะยิ่งทำให้คนดูสับสนมากขึ้น
การเลือนภาพ (The Fade)
การเลือนภาพ เป็นการเชื่อมภาพที่ค่อยเป็นค่อยไปจากภาพใดภาพหนึ่งไปยังฉากดำสนิทหรือขาวทั้งหมด หรือจากจอดำหรือขาวไปยังภาพใดภาพหนึ่ง
การเลือน มี 2 ลักษณะ
1. การเลือนภาพออก (fade out) เป็นการเชื่อมของภาพไปจอดำ
การเลือนภาพออกใช้เมื่อ
1. จบเรื่อง
2. จบตอน ฉาก หรือองก์
3. มีการเปลี่ยนเวลา
4. มีการเปลี่ยนสถานที่
2. การเลือนภาพเข้า (fade in) เลือนขึ้น (fade up) เป็นการเชื่อมภาพจากจอดำไปยังภาพ
การเลือนภาพเข้าใช้เมื่อ
1. เริ่มต้นเรื่อง
2. เริ่มต้นตอน บท หรือฉาก
3. มีการเปลี่ยนเวลา
4. มีการเปลี่ยนสถานที่
การเลือนภาพออกและเข้า มักจะตัดไปด้วยกันที่สีดำ 100% หายากที่จะ 100% สีขาว ใช้ตอนจบฉากหนึ่งและเริ่มฉากใหม่ ยังใช้เพื่อแยกเวลาและสถานที่ด้วย
ความรู้เบื้องต้น 3 ประการของการเลือนภาพ
การเลือนภาพต้องการ 3 องค์ความรู้ จากความรู้เบื้องต้น 6 ประการ ได้แก่
1. แรงจูงใจ Motivation
ควรมีเหตุผลที่ดีในการเลือนภาพเสมอ
2. องค์ประกอบภาพ Composition
คือการวางองค์ประกอบของช็อตก็ให้เป็นไปตามลักษณะการเชื่อมภาพไปฉากดำ คือ ค่อยๆดำทั้งภาพ นั่นหมายความว่าไม่ต่างกันมากระหว่างส่วนต่างที่สุดของภาพและส่วนมืดที่สุด
3. ความรู้เรื่องเสียงของภาพ Sound
ควรใกล้เคียงกับบางรูปแบบของจุดไคลแม็กหรือตอนจบสำหรับการเลือนภาพออก และตรงข้ามสำหรับเลือนภาพเข้า
ประเภทของการตัดต่อ
1. ตัดต่อการกระทำ action edit
  • การตัดต่อการกระทำ The action edit
    บางครั้งเรียกการตัดต่อความเคลื่อนไหว หรือ ตัดต่อความต่อเนื่อง เกือบจะใกล้เคียงการตัดชนภาพ ซ่งการตัดต่อการกระทำ ต้องมีความรู้เบื้องต้น 6 ประการ หรือ เกือบครบ 6 ประการ
    ได้แก่ แรงจูงใจ ข้อมูล องค์ประกอบของช็อต เสียง มุมกล้องใหม่ และความต่อเนื่อง
  • ตัวอย่าง ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขายกหูโทรศัพท์ขึ้น แล้วพูด
  • พิจารณา 2 ช็อต และชี้แจงตามความรู้ 6 ประการ
  • 1. แรงจูงใจ Motivation
    เมื่อโทรศัพท์ดัง เรารู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะหยิบหูโทรศัพท์และพูดตอบโต้ นี้น่าจะเป็นแรงจูงใจที่ดีที่จะทำการตัดต่อ
  • 2. ข้อมูล Information
    ใน LS เราสามารถเห็นสำนักงาน ผู้ชายคนนั้นนั่งอย่างไรและทำอย่างไร
    MCU บอกเรามาขึ้นเกี่ยวกับชายคนนั้น ตอนนี้เราสามารถเห็นในรายละเอียดมากขึ้นว่าเขาหน้าตาท่าท่างเป็นอย่างไร สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ปฏิกิริยาของเขาต่อเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ใน MCU เราสามารถเห็นภาษาท่าทางบางอย่าง ดังนั้น MCU บอกข้อมูลแก่เรา
  • 3. องค์ประกอบของช็อต Shot composition
    องค์ประกอบของช็อตใน LS เป็นการสร้างเรื่องที่มีเหตุมีผล แม้แต่ให้มีต้นไม้เป็นฉากหน้า ซึ่งมันบอกลักษณะความคิดทั่ว ๆ ไปของสำนักงานและผู้ชายถูกเสนออย่างชัดเจนว่ากำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะของเขา MCU จะให้ความสมดุลเรื่องช่องว่างบนศีรษะ ถูกต้องดี แม้ว่าคนตัดที่มีประสบการณ์อาจแย้งว่าน่าจะขยับจอไปทางขวาอีก เพื่อยอมให้มีพื้นที่แก่โทรศัพท์เคลื่อนไหวบ้าง แต่ในเรื่ององค์ประกอบของช็อตก็เป็นที่ยอมรับได้
  • 4. เสียง Sound
    ควรมีเสียงหรือบรรยากาศของฉากหลังเหมือนกันในทั้ง 2 ช็อต เช่น เสียงการจราจรอันวุ่นวายข้างนอกเบาๆ หรือ เสียงในสำนักงาน ควรจะให้เสียงมีความต่อเนื่องทั้ง 2 ช็อต
  • 5. มุมกล้อง Camera angle
    ใน LS มุมกล้อง อยู่ 45 องศา เกือบจะอยู่ด้านข้าง
    ใน MCU มุมกล้อง อยู่ตรงหน้าบุคคลโดยตรง มุมกล้องทั้ง 2 มีความแตกต่างกัน
  • 6. ความต่อเนื่อง Continuity
    จาก LS การเคลื่อนไหวของแขนคนกำลังยกหูโทรศัพท์ ควรต่อเนื่องมายัง MCU คือใช้แขนข้างเดียวกันยกหูโทรศัพท์
  • หากการตัดต่อมีองค์ประกอบหลักทั้ง 6 ประการนี้ จะมีความเนียน ไม่สะดุด และภาพเรื่องราวก็จะไหลลื่นไปโดยไม่หยุด
2. ตัดต่อตำแหน่งจอ screen position edit

  • การตัดต่อตำแหน่งภาพ The screen position edit
    การตัดต่อชนิดนี้ บางครั้งเรียกว่า การตัดต่อทิศทาง a directional edit หรือการตัดต่อสถานที่ a placement edit อาจเป็น การตัดชนภาพ (Cut) หรือการผสม (Mix) แต่มักจะเป็นการตัดชน หากว่าไม่มีการเปลี่ยนของเวลา
    การตัดแบบนี้ มักจะมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนถ่ายทำ หรือช่วงระหว่างการถ่ายทำ ขึ้นอยู่กับการกระทำของช็อตแรกที่บังคับหรือกำกับให้สายตาของคนดูไปยังตำแหน่งใหม่บนจอ
3. ตัดต่อรูปแบบ form edit
  • การตัดต่อรูปแบบ The Form Edit
    เป็นการอธิบายที่ดีที่สุดของการเชื่อมจากช็อตหนึ่ง ซึ่งมีการแสดงรูป, สี, มิติหรือเสียงไปยังอีกช็อตหนึ่ง ซึ่งมีการแสดงรูปทรง สี มิติ หรือเสียงนี้สัมพันธ์กัน
    หากมีเสียงเป็นแรงจูงใจ การตัดต่อรูปแบบ สามารถเป็นการตัดชนได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการผสม หลักการนี้เป็นจริงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ และ/หรือบางครั้ง เวลาเปลี่ยน
4. ตัดต่อที่มีเรื่องราว concept edit
  • การตัดต่อที่มีเรื่องราว The Concept Edit
    บางครั้งเรียกการตัดต่อที่เคลื่อนไหว หรือการตัดต่อความคิด เป็นการเสนอความคิดที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ เพราะว่า 2 ช็อตที่ถูกเลือกและจุดที่ทำการตัดต่อ การตัดต่อเรื่องราวนี้เป็นการปูเรื่องในหัวเรา
    การตัดต่อที่มีเรื่องราว สามารถครอบคลุมถึงการเปลี่ยนสถานที่ เวลา ผู้คน และบางครั้งก็เป็นตัวเรื่อง มันสามารถทำได้โดยไม่มีการสะดุดของภาพ
    ถ้าเป็นการตัดต่อที่มีเรื่องราวที่ดี สามารถบอกอารมณ์ดราม่าและสร้างความลึกซึ้งได้ แต่ถ้าไม่ได้วางแผนเป็นอย่างดีแล้ว ความไหลลื่นของข้อมูลภาพ อาจชะงักไปเลย
5. ตัดต่อแบบผนวก combined edit
  • การตัดต่อแบบผนวก The combined edit
    เป็นการตัดต่อที่ยากที่สุดแต่มีพลังมากที่สุด การตัดแบบผนวกนี้เป็นการรวมการตัดต่อ 2 แบบหรือมากกว่านั้นจากการตัดต่อทั้ง 4 แบบที่กล่าวมา
    เพื่อให้การตัดแบบผนวกได้ผลดี ผู้ตัดจำเป็นต้องจำทั้งเสียงและภาพที่ใช้ได้ในแต่ละช็อต ดังนั้นการตัดแบบนี้ควรได้รับการวางแผนเป็นอย่างดีทั้งก่อนการถ่ายทำและขณะถ่ายทำ
สำหรับผู้ตัดที่จะต้องจำชนิดทั้งหมดของการตัดต่อและรู้ว่าทำอย่างไร คนตัดต้องสามารถแยกแยะแต่ละความรู้ที่ต้องการใช้ในการตัดต่อ

หลักการของการตัดต่อโดยทั่วไป
  1. เสียงและภาพนั้นคือส่วนที่เสริมซึ่งกันและกัน
  2. ภาพใหม่ควรให้ข้อมูลใหม่
  3. ควรมีเหตุผลสำหรับทุกภาพที่ตัด
  4. ให้ระวังเรื่อง “การข้ามเส้น”
  5. เลือกแบบการตัดที่เหมาะสมกับเรื่อง
  6. ยิ่งตัดต่อดี ยิ่งดูลื่นไหล
  7. การตัดคือการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่

  Untitled Document





 : งานบทวีดีทัศน์

 : งานถ่ายวีดีโอ
 : งานกราฟฟิก
 : งานตัดต่อ
 : งานบรรยายเสียง
 : งานแปลงม้วนเทป
 : งานสำเนาแผ่น
 : บริการให้เช่าอุปกรณ์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
         
\